คนกรุงมีเฮ… รถไฟฟ้าเชื่อมต่อเตาปูน-บางซื่อ เปิดให้บริการแล้ว

ชีวิตคนกรุงสุดแสนจะเร่งรีบ อีกทั้งยังต้องผจญกับปัญหาการจราจรและคมนาคม ที่มีรถหนาแน่นเต็มท้องถนน และรถสาธารณะที่ไม่สะดวกสบายและเติมเต็มความต้องการมากพอสำหรับคนกรุง จึงทำให้หลายๆ คนต้องอาศัยการเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้า ซึ่งก็ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร

.

.

แต่ล่าสุด คนกรุงต้องมีเฮ เพราะ รฟม. เปิดให้บริการเชื่อมต่อ 1 สถานี ระหว่างสถานีเตาปูน – สถานีบางซื่อ หลัง 12.00 ของวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง – รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจากบางใหญ่ – หัวลำโพงได้สะดวกมากขึ้น

.

ผู้โดยสารสามารถเดินทางข้ามระบบได้ โดยเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีเตาปูน และจ่ายค่าแรกเข้าระบบเพียงครั้งเดียวสำหรับผู้ถือบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ซึ่งหลังจากเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการ ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถเดินทางจากบางใหญ่ -หัวลำโพงได้เลย ทำให้สะดวกสบาย รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

.

นอกจากนี้ รฟม.ยังคงอัตราค่าโดยสารของสายฉลองรัชธรรมตามโปรโมชั่นเดิมจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 61 คือ โปรโมชั่นอัตราค่าโดยสาร 14 – 29 บาท ในวันทำงาน และโปรโมชั่นค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย ในวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ทำไมถึงคัดค้าน พรบ. นิรโทษกรรม

หลาย ๆ คนที่ติดตามเรื่องการเมืองในบ้านเราอาจจะมีคำถามที่ว่า ทำไมต้องมีการคัดค้าน พรบ. นิรโทษกรรม? และเจ้า พรบ. นิรโทษกรรมเนี่ย มีผลอย่างไรต่อประชาชนชาวไทยอย่างเรายังไงบ้าง.. แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับเจ้า พรบ. นิรโทษกรรมกันก่อนเลยดีกว่า

พรบ. นิรโทษกรรม คือ พรบ. ที่ออกมาเพื่อให้การอภัยโทษ เป็นการออกกฎหมายยกเลิกความผิดนั้นให้กับผู้ที่กระทำผิด ทำให้ผู้ที่กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ส่วนผู้ที่รับโทษไปแล้วก็ให้พ้นจากการเป็นผู้กระทำผิด นอกจากนี้ ทางการจะไม่สามารถรื้อคดีต่าง ๆ ที่ได้รับการนิรโทษกรรมไปแล้วกลับมาสืบสวนหาความจริงได้อีกเลย ซึ่งนั่นเท่ากับว่า การนิรโทษกรรม คือการลบล้างความผิดทุกอย่าง

อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าแล้วการนิรโทษกรรมเนี่ย มันจะส่งผลกระทบกับประชาชนตาดำ ๆ อย่างเรา ๆ ได้อย่างไร เพื่อน ๆ ลองนึกถึงบุคคลท่านหนึ่งที่ก่อการทุจริตจนต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อนๆ พอจะนึกถึงใครบ้าง? แน่นอนว่าหากเกิดการนิรโทษกรรมแล้วนั้น ความผิดของบุคคลท่านนั้นจะกลายเป็นศูนย์ทันที ซึ่งพรบ.นิรโทษกรรม อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีให้แก่สังคม เพราะอาจจะทำให้คนมีอำนาจไม่เกรงกลัวกฏหมาย หากตัวเองหรือพวกพ้องกระทำผิด ก็สามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมการลบล้างความผิดทุกอย่างได้

และนั่นคือเหตุผลที่ทำไมเสียงส่วนใหญ่ถึงคัดค้าน พรบ. นิรโทษกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรบ. นิรโทษกรรม ฉบับล่าสุดที่มีเนื้อหาใจความคลุมเครือและมีเจตนาแอบแฝง จนเหล่านักการเมืองและประชาชนไม่เห็นด้วยกับ พรบ. นิรโทษกรรม ฉบับนี้

 

mthai

การอยู่ใต้การปกครองแบบรัฐบาลทหารของประเทศไทย

.

อะไรที่ทำให้เกิดรัฐประหารในประเทศไทย

รัฐบาลทหารได้กล่าวว่า ทางรัฐบาลทหารได้ควบคุมรัฐบาลและทำการระงับรัฐธรรมนูญไว้ชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปฏิรูปแบบแผนทางการเมืองเพื่อให้เกิดความสงบสุขมากยิ่งขึ้น

ในขณะนี้การเมืองประเทศไทยกำลังกระส่ำกระสาย ด้วยปัญหาหลากหลายประการ ประเทศเกิดความไม่สงบอยู่หลากหลายครั้ง มีปัญหาทางด้านการเมืองและคอรัปชั่นมากมาย รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบซึ่งเกิดจากการก่อการร้ายทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย ซึ่งเมื่อรัฐบาลทหารได้เข้ามาปกครองประเทศก็เกิดความสงบสุขมากยิ่งขึ้น แต่เสียงจากหลาย ๆ ฝ่ายต่างเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากความเห็นชอบของประชาชน

ผลกระทบต่อการก่อตั้งรัฐบาลทหาร

ในการก่อตั้งรัฐบาลทหาร ทางรัฐบาลทหารได้ออกกฎอัยการศึกซึ่งมีผลบังคับใช้โดยออกมาตรการรักษาความปลอดภัย ห้ามให้ประชาชนก่อตั้งหรือมีการชุมนุมกันตั้งแต่เวลา 22:00 น. ถึง 05:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทางสื่อได้ออกอากาศและสั่งระงับการชุมนุมทั้งหมด

นายทหารกล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นหัวหน้าหน่วยบัญชาการทหาร ของคณะรักษาความสงบและความมั่นคงแห่งชาติ ไม่นานหลังจากที่รัฐบาลทหารได้ทำการรัฐประหาร จึงได้มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนเสื้อแดงในเขตชานเมืองของกรุงเทพฯ และทำการชุมนุมประท้วงท่ามกลางเมือง กองกำลังทหารจึงทำการยิงขึ้นไปในอากาศเพื่อสลายการประท้วงของรัฐบาล แต่ไม่มีรายงานความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

มีการปฏิวัติมาก่อนหน้านี้หรือไม่

ผู้สังเกตการณ์หลายคนยังไม่เชื่อเมื่อกองทัพยืนยันการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม แต่หลังจากนั้น 2 วันต่อมาก็ทำให้รู้แจ้งได้ว่าการทำรัฐประหารจากรัฐบาลทหารนั้นเป็นความจริง

มีการปฏิวัติทางการทหารเป็นจำนวนมากในทศวรรษที่ผ่านมานับเป็นปีที่ 12 นับตั้งแต่สิ้นสุดราชองครักษ์ในปีพ.ศ. 2475
การรัฐประหารครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2549 เมื่อพ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร พ่ายแพ้ต่อกองทัพหลังจากถูกกล่าวหาว่าทำการทุจริต ซึ่งหลังจากนั้น พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำการหลบหนีออกไปนอกประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากทำรัฐประหาร

ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลบางคนเห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร นักสังเกตการณ์ชาวไทยหลายคนได้มีความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยจนอาจทำให้ผู้สนับสนุนรัฐบาลเกิดการไม่พอใจ แต่ก็ยังมีบางคนได้กล่าวว่าพวกเขาผิดหวังที่เลือกสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลทหาร คนส่วนใหญ่กำลังคาดหวังว่า “เสื้อแดง” ซึ่งเป็นขบวนการประท้วงกว้าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจะชุมนุมและกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเผชิญหน้ากัน นอกจากนี้ยังมีความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ซึ่งเศรษฐกิจและค่าเงินบาทได้ตกลงมาหลังจากเกิดการทำรัฐประหาร

 

bbc

สินบนโรลส์รอยซ์

ไทยเอี่ยวรับสินบนโรลส์รอยซ์

                อีกหนึ่งข่าวคราวทางการเมืองที่ได้รับการพูดถึงและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในประเทศไทยรับปี 2560 ก็คือข่าวที่บริษัทโรลส์รอยซ์ บริษัทผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานรายใหญ่ของประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยข้อมูลกับกระทรวงยุติธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกาและ SFO หน่วยงานปราบปรามการฉ้อฉลร้ายแรงของประเทศอังกฤษว่าได้เคยมีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องพลังงานในหลายประเทศ ในช่วงปี 2543 – 2556 ได้แก่ ประเทศคาซัคสถาน, บราซิล, อาเซอร์ไบจาน, แองโกลา, อิรัก และประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทยนั้นทางเจ้าหน้าที่ของ SFO ได้อ้างว่าบริษัทโรลส์รอยซ์ได้มีการจ่ายเงินค่านายหน้าให้กับทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่และพนักงานในการบินไทยเป็นจำนวนมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ทำให้ภาครัฐของประเทศไทยต้องย้อนกลับไปสืบสาวราวเรื่องกับเจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร รวมถึงรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งในขณะนั้นกันเป็นการใหญ่ เพราะข่าวนี้เป็นที่ได้รับความสนใจของประชาชนในยุคนี้ซึ่งเป็นยุคที่รัฐบาลมุ่งเน้นการปราบคอรัปชั่นและการทุจริตเป็นอย่างมาก

คุ้ยคดีสินบนโรลส์รอยซ์

                นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่เปิดเผยโดยหน่วยงาน SFO ของประเทศอังกฤษอีกว่า สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการจ่ายสินบนทั้งหมดเกิดขึ้นจำนวน 3 ครั้ง โดยเป็นการจ่ายสินบนเพื่อการซื้อขายเครื่องยนต์รุ่น T-800 เพื่อติดตั้งในเครื่องบินโบอิ้ง 777 ครั้งที่ 1 คือการจ่ายสินบนที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2534 – 2535 โดยโรลส์รอยซ์ได้จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่คนกลางในหน่วยงานหนึ่งเป็นเงินราว 663 ล้านบาท โดยเงินดังกล่าวได้มีการนำไปให้เจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงพนักงานในบริษัทการบินไทยเพื่อช่วยโรลส์รอยซ์ในการเสนอขายเครื่องยนต์ดังกล่าว, ครั้งที่ 2 ได้รับการเปิดเผยข้อมูลว่าการให้สินบนเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมของปี 2535 – 2540 โดยเป็นการจ่ายเงินจำนวนมากกว่า 300 ล้านบาทให้กับนายหน้าคนกลางเพื่อนำไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ของบริษัทการบินไทย และครั้งที่ 3 เป็นการจ่ายสินบนที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2547 – 2548 โดยโรลส์รอยซ์ได้นำเงินจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่คนกลางเป็นจำนวนเงินประมาณ 254 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐรวมถึงพนักงานของบริษัทการบินไทย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มานี้ เป็นหน้าที่ของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือป.ป.ช. ต้องเข้ามาทำการสอบสวนเพื่อให้ได้ความจริงโดยด่วน

การก่อการร้ายในประเทศตุรกี

สถานการณ์ทางการเมืองในตุรกี

                 เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาต่อเนื่องจนมาถึงปี พ.ศ.2560 คนที่ติดตามข่าวคราวการเมืองในต่างประเทศคงจะเห็นว่าประเทศตุรกีนั้นเป็นประเทศที่เกิดการก่อการร้ายนับครั้งไม่ถ้วน และมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย เมื่อเดือนกรกฎาคมซึ่งถือเป็นการรัฐประหารครั้งที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศตุรกี ที่เป็นการทำรัฐประหารนายเออร์โดกัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่ออกจะใช้การปกครองแบบเผด็จการและนำประเทศเข้าสู่การเป็นประเทศอิสลาม โดยเชื่อว่ามูลเหตุในการรัฐประหารครั้งนี้เนื่องมาจากทหารบางกลุ่มที่ไม่พอใจ เนื่องจากตุรกีหันไปเป็นมิตรกับรัสเซียมากขึ้น ซึ่งในประเทศตุรกีเองก็มีปัญหาภายในจากกบฎชาวเคิร์คที่ต้องการก่อตั้งรัฐอิสลามอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามการรัฐประหารที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2559 ครั้งนี้ก็เป็นการรัฐประหารที่ถือว่าล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งเหตุการณ์ยังจบลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่รวมถึงทหารบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเนื่องจากยังเคารพและรักความเป็นประชาธิปไตย นายเออร์โดกัน จึงยังคงอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศตุรกีต่อไป

ตุรกีกับการก่อการร้าย

                นอกจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองภายในประเทศตุรกีแล้ว ประเทศตุรกียังต้องเจอกับเหตุการณ์ก่อการร้ายอีกหลายครั้งโดยเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจอย่างกรุงอังคาร่าและเมืองอิสตันบูล ทำให้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน เมืองอิสตันบูลมีการถูกลอบวางระเบิดถึง 5 ครั้ง และมีเหตุก่อการร้ายอีก 4 ครั้งในกรุงอังคาร่า เมืองหลวงของประเทศตุรกี รวมถึงเหตุการณ์โจมตีสนามบินในเมืองอิสตันบูล ซึ่งเป็นเหตุก่อการร้ายที่มีความรุนแรงมากที่สุดในปี 2559 ต่อเนื่องมาถึงช่วงปลายปีที่ได้มีมือปืนบุกเข้าไปยิงทูตรัสเซียขณะกล่าวเปิดงานศิลปะในกรุงอังคาร่า และเหตุกราดยิงในผับชื่อดังในเมืองอิสตันบูลในวันฉลองปีใหม่ ซึ่งเบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายเหล่านี้เชื่อว่ามีมูลเหตุมาจากทั้งการเมืองภายในประเทศและกลุ่มผู้ก่อการร้ายก็คือกลุ่มชาวเคิร์ด ซึ่งมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่ม IS  ที่มุ่งโจมตีกลุ่มพลเมืองให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของทั้งการเมืองภายในประเทศรวมถึงการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะความสัมพันธ์ของตุรกีกับรัสเซีย รวมทั้งซีเรีย ต่อจากนี้เหตุการณ์ในประเทศตุรกีจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องจับตาดาดูกันต่อไป

ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ จึงอยากสร้างกำแพงกั้นอเมริกาและเม็กซิโก

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก

                ประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกันซึ่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศก็เป็นไปอย่างราบรื่นถึงแม้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศจะมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากก็ตาม ซึ่งปัจจุบันชายแดนที่กั้นระหว่าง 2 ประเทศนี้ก็มีรั้วขนาดใหญ่กั้นกลาง และมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นข้ามชาติระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบขนยาเสพติด และการหลบหนีของอาชญากรต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงโดยเฉพาะทางฝั่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั้น หนึ่งในนโยบายหลักที่เป็นกลไกที่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งก็คือการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติและเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอาชญากรรม อีกทั้งยังมีนโยบายที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศเม็กซิโกที่เข้ามาสู่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

กำแพงระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก

สาเหตุที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาต้องการสร้างกำแพงกั้นระหว่างอเมริกาและเม็กซิโกนั้น คือปกติแล้วชายแดนระหว่างทั้ง 2 ประเทศตอนนี้ก็มีรั้วกั้นอยู่แล้ว เนื่องมาจากต้องการกวาดล้างชาวเม็กซิโกรวมถึงชาวลาตินอเมริกาที่เข้าอเมริกามาอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนย้ายยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ คือการสร้างกำแพงที่มีความยาวถึง 3,200 กิโลเมตรตลอดแนวชายแดนเม็กซิโกนั่นเอง ซึ่งความจริงแล้วการสร้างกำแพงที่ว่านี้ต้องผ่านกระบวนการมากมายไม่ว่าจะเป็นการขออนุมัติงบประมาณจำนวนมากจากสภาครองเกส รวมถึงการเวนคืนที่ดินซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ที่คงไม่สามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น และประเทศเม็กซิโกก็ไม่เห็นด้วยและไม่ให้ความร่วมมือกับการสร้างกำแพงนี้แต่อย่างใด เพราะเชื่อว่ากำแพงกั้นชายแดนนั้นไม่สามารถที่จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาของยาเสพติดรวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติได้แต่อย่างใด และเม็กซิโกก็จะไม่จ่ายเงินค่าสร้างกำแพงให้กับสหรัฐอเมริกาตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์เคยกล่าวอ้างและผลักภาระมาให้อย่างเด็ดขาด

รัฐเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

รัฐเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

                เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมารัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อพิจารณาการหาแนวทางการสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานของประเทศ โดยเป็นการพิจารณาการสร้างโรงไฟฟ้าสำรองในพื้นที่ภาคใต้สำหรับกรณีที่กำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ รวมถึงเพื่อรองรับกำลังไฟฟ้าที่มีความต้องการสูงขึ้นในอนาคต โดยได้มีการกำหนดโครงการการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นที่จังหวัดกระบี่ และที่อำเภอเทพาจังหวัดสงขลา เพื่อให้ทันกับความต้องการและสามารถจ่ายไฟฟ้าได้จริงในปี พ.ศ.2564 ซึ่งสาเหตุที่เป็นการสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหินนั้น ก็เพราะเป็นพลังงานที่สะอาดและเป็นวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งในอดีตนั้นถ่านหินเป็นตัวเลือกของพลังงานที่เป็นตัวเลือกในอันดับท้าย ๆ ด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในชุมชน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้ปัจจุบันสามารถพัฒนาให้สามารถกำจัดมลพิษที่อาจจะเกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ ซึ่งก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้            

กลุ่มชาวบ้านรวมตัวประท้วงสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ถึงแม้รัฐบาลจะมีนโยบายเดินหน้าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเพื่อผลิตกำลังไฟฟ้าสำรองในกรณีที่การผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ก็ยังมีกลุ่มประชาชนและกลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากหลายเหตุผล อาทิเช่น ความจริงแล้วถ่านหินเป็นวัตถุดิบที่ไม่มีความสะอาดจริง แต่ปนเปื้อนมาด้วยโลหะหนักจำนวนมาก รวมถึงการเผาถ่านหินเป็นจำนวนมากเพื่อผลิตเป็นกำลังไฟฟ้าทำให้เกิดเป็นมลพิษทางอากาศทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นกระจายตัวอย่างกว้างขวาง และนอกจากมลพิษทางอากาศแล้วสารพิษยังอาจปนเปื้อนลงไปในทะเลสงขลาทำให้มีผลกับสัตว์น้ำ และชาวประมงมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมอย่างป่าชายเลน ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพของประชาชนในชุมชนอย่างเรื้อรัง และถ่านหินยังเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดและไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงยังเชื่อว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพานั้นมีเบื้องหลังเนื่องจากภาครัฐและเอกชนต้องการขุดเหมืองลิกไนท์ที่อำเภอสะบ้าย้อยในอนาคต และต้องการใช้อำเภอเทพาเป็นนิคมอุตสาหกรรมในอนาคต ทำให้กลุ่มประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันต่อต้านและยืนยันที่จะคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจนกว่าจะยกเลิกโครงการ

ลอบสังหารพี่ชายผู้นำเกาหลีเหนือ

การเสียชีวิตของคิม จอง นัม พี่ชายผู้นำเกาหลีเหนือ

                ชื่อของ คิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง อึนนั้นเป็นที่รู้จักและกล่าวถึงเป็นอย่างมากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากเขาได้เสียชีวิตโดยการถูกลอบสังหารซึ่งเชื่อว่าเป็นการลอบสังหารด้วยยาพิษ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยสายลับสาวชาวเกาหลีเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียได้รายงานว่า นายคอม จอง นัม ได้เดินมาแจ้งกับพนักงานต้อนรับว่ามีคนพ่นของเหลวไปที่ตัวของเขา ทำให้รู้สักปวดหัวและแสบตา เจ้าหน้าที่จึงพาเขานำส่งไปยังโรงพยาบาล ซึ่งในที่สุดเขาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์ครั้งนี้จึงลือกันว่าคิม จอง นัม ถูกลอบสังหารด้วยยาพิษจากฝีมือของสายลับหญิงชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งใน 2 วันต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจของมาเลเซียก็ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยหญิงที่ภาพถ่ายของเธอถูกบันทึกไว้ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ในวันที่คิม จอง นัม เสียชีวิต ซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับการลอบสังหารพี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือในครั้งนี้

การลอบสังหารคิม จอง นัม

การเสียชีวิตด้วยการถูกลอบสังหารของคิม จอง นัม นั้นได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา เนื่องจากความจริงแล้วเขาเคยถูกวางตัวให้เป็นทายามผู้สืบทอดอำนาจของประเทศเกาหลีเหนือ เนื่องจากเขาเป็นบุตรของนายคิม จอง อิล และ นางซอง ฮเย ริม ซึ่งเป็นภรรยาของนายคิม จอง อิลซึ่งแอบมีความสัมพันธ์กันก่อนที่นายคิม จอง อิลจะมาสมรสกับมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำของประเทศเกาหลีเหนือในปัจจุบัน แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 ที่นายคิม จอง นัม ถูกกักตัวที่สนามบินนาริตะ เนื่องจากใช้หนังสือเดินทางปลอม ทำให้นายคิม จอง อิล ถือว่าเป็นการสร้างความอับอายให้กับชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก ทำให้คิม จอง นัม ต้องระเห็จระเหเร่ร่อนพาครอบครัวออกไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศตั้งแต่เวลานั้น ซึ่งช่วงหลังเขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คิม จอง อึน ซึ่งเป็นผู้นำเกาหลีเหนืออยู่ในขณะนี้ในทางเสีย ๆ หาย ๆ มาโดยตลอด ทำให้เขาเคยถูกขู่ฆ่าและถูกลอบสังหารหลายครั้ง จนเคยเขียนจดหมายไปร้องขอชีวิตกับนายคิม จอง อึน น้องชาย สำหรับการเสียชีวิตของเขาในครั้งนี้หลายคนจึงเชื่อว่าเป็นฝีมือของน้องชายของเขา ซึ่งเป็นผู้นำเกาหลีเหนือ หรือไม่ก็ผู้ที่จงรักภักดีกับนายคิม จอง อึน นั่นเอง

เกิดอะไรขึ้นเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ

ทรัมป์สั่งแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐ

                เป็นข่าวคราวและเรื่องราวใหญ่โตหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาได้ออกคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศ ได้แก่ อิรัก, ซีเรีย, ลิเบีย, อิหร่าน, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน เข้าสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลา 90 วัน ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านและวุ่นวายกันไปหมดเพราะทำให้ผู้ที่มาเดินทางมาจาก 7 ประเทศต้องถูกกักตัวไว้ที่สนามบิน และประชาชนจาก 7 ประเทศซึ่งถึงแม้จะถือกรีนการ์ดก็ถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ก่อให้เกิดความไม่พอใจกับประชาชนที่ไม่เห็นด้วย จนได้มีรวมตัวประท้วงกันประท้วงคำสั่งนี้ที่สนามบินต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ สนามบินในชิคาโก ซานฟรานซิสโก กรุงวอชิงตัน ดีซี และโดยเฉพาะที่สนามบิน JFK ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จากคำสั่งนี้ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่รวมถึงผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคนได้ออกมาแสดงจุดยืนและความเห็นคัดค้าน ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google และ Facebook ที่ได้ส่งหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการเพื่อช่วยเหลือและปกป้องพนักงานในบริษัทที่ส่วนหนึ่งเป็นพลเมืองที่มาจาก 7 ประเทศที่ถูกสั่งแบน

ศาลสั่งระงับคำสั่งแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐอเมริกา

                หลังจากที่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ออกคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเข้ามาในอเมริกาเป็นระยะเวลา 90 วัน ทำให้เกิดความสับสน และการประท้วงของกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยทั่วทั้งสหรัฐอเมริกานั้น จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้พิพากษาแห่งซีแอทเทิลของสหรัฐมีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว สั่งระงับคำสั่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นการชั่วคราวโดยให้มีผลบังคับ ใช้ทั่วประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งพลเมืองจากทั้ง 7 ประเทศสามารถเดินทางเข้ามายังประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกครั้ง ในขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็กำลังเดินเรื่องเพื่อเพิกถอนคำสั่งของศาล ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้ทำการยื่นอุทธรณ์เพื่อให้คำสั่งห้ามสามารถกลับมาใช้ได้ แต่ศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้รับคำร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แต่อย่างใด อีกทั้งศาลในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกายังกำลังพิจารณาคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอีกด้วย

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45

เส้นทางสู่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45

                เหตุการณ์ทางการเมืองของปี พ.ศ.2559 ที่หลายคนติดตามและกล่าวถึงมากที่สุดคงเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากประวัติศาสตร์ที่ต้องถูกบันทึกไว้อีกหน้าหนึ่งของโลก ก็คือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 58 เพื่อให้ได้ประธานาธิบดีคนที่ 45 แทนประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่กำลังจะหมดวาระ ซึ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้เป็นการแข่งขันชิงตำแหน่งกันของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรคริพับลิกัน และนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเมื่อกล่าวชื่อของผู้ชิงตำแหน่งทั้ง 2 คน เกือบทุกคนก็คงจะคุ้นหูและคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี เพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นเป็นที่รู้จักกันในนามของเศรษฐีนักธุรกิจโรงแรมและคาสิโนหลายแห่งทั่วโลก รวมถึงยังเป็นพิธีกรหลายรายโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา รวมถึงยังเป็นเจ้าของกิจการการประกวดนางงามจักรวาลอีกด้วย ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน เป็นที่รู้จักกันดีในนามของภรรยาของอดีตประธานาธิบดีบิลคลินตัน ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาคนที่ 42 ซึ่งนางฮิลลารีได้เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา อีกทั้งยังเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาของรัฐนิวยอร์คในสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตันอีกด้วย

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45

                ระหว่างการหาเสียงและปราศรัยการเลือกตั้งทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และนางฮิลลารี คลินตัน ก็ได้นำเอานโยบายเด่นของตัวเองออกมานำเสนอและหักล้างกันอย่างดุเดือด ฝั่งนายโดนัลด์ ทรัมป์นั้น ได้หยิบยกเอานโยบายของการลดภาษีเงินได้ของชาวอเมริกา โดยเฉพาะภาษีนิติบุคคล ซึ่งหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นนโยบายการลดภาษีเพื่อคนรวย, ลดจำนวนและปิดกั้นการว่าจ้างแรงงานจากต่างชาติ เพื่อเป็นการกันอาชีพเอาไว้ให้คนอเมริกา, ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างชาติ ได้แก่ จีน และเม็กซิโก ส่วนนโยบายของนางฮิลลารี คลินตัน ก็ตรงกันข้ามกับนโยบายของทรัมป์อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับแรงงานจากต่างถิ่น, การขึ้นภาษีสำหรับชนขั้นสูง และปิดช่องโหว่ทางภาษี เพื่อนำเงินไปพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สุดท้ายจากผลการเลือกตั้งที่มีขึ้นในวันนี้ 8 พฤศจิกายน ปี 2559 ที่ผ่านมานายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับคะแนนการโหวตชนะนางฮิลลารี คลินตันและได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 ไปในที่สุด