สถานการณ์ทางการเมืองในตุรกี

                 เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาต่อเนื่องจนมาถึงปี พ.ศ.2560 คนที่ติดตามข่าวคราวการเมืองในต่างประเทศคงจะเห็นว่าประเทศตุรกีนั้นเป็นประเทศที่เกิดการก่อการร้ายนับครั้งไม่ถ้วน และมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย เมื่อเดือนกรกฎาคมซึ่งถือเป็นการรัฐประหารครั้งที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศตุรกี ที่เป็นการทำรัฐประหารนายเออร์โดกัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่ออกจะใช้การปกครองแบบเผด็จการและนำประเทศเข้าสู่การเป็นประเทศอิสลาม โดยเชื่อว่ามูลเหตุในการรัฐประหารครั้งนี้เนื่องมาจากทหารบางกลุ่มที่ไม่พอใจ เนื่องจากตุรกีหันไปเป็นมิตรกับรัสเซียมากขึ้น ซึ่งในประเทศตุรกีเองก็มีปัญหาภายในจากกบฎชาวเคิร์คที่ต้องการก่อตั้งรัฐอิสลามอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามการรัฐประหารที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2559 ครั้งนี้ก็เป็นการรัฐประหารที่ถือว่าล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งเหตุการณ์ยังจบลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่รวมถึงทหารบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเนื่องจากยังเคารพและรักความเป็นประชาธิปไตย นายเออร์โดกัน จึงยังคงอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศตุรกีต่อไป

ตุรกีกับการก่อการร้าย

                นอกจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองภายในประเทศตุรกีแล้ว ประเทศตุรกียังต้องเจอกับเหตุการณ์ก่อการร้ายอีกหลายครั้งโดยเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจอย่างกรุงอังคาร่าและเมืองอิสตันบูล ทำให้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน เมืองอิสตันบูลมีการถูกลอบวางระเบิดถึง 5 ครั้ง และมีเหตุก่อการร้ายอีก 4 ครั้งในกรุงอังคาร่า เมืองหลวงของประเทศตุรกี รวมถึงเหตุการณ์โจมตีสนามบินในเมืองอิสตันบูล ซึ่งเป็นเหตุก่อการร้ายที่มีความรุนแรงมากที่สุดในปี 2559 ต่อเนื่องมาถึงช่วงปลายปีที่ได้มีมือปืนบุกเข้าไปยิงทูตรัสเซียขณะกล่าวเปิดงานศิลปะในกรุงอังคาร่า และเหตุกราดยิงในผับชื่อดังในเมืองอิสตันบูลในวันฉลองปีใหม่ ซึ่งเบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายเหล่านี้เชื่อว่ามีมูลเหตุมาจากทั้งการเมืองภายในประเทศและกลุ่มผู้ก่อการร้ายก็คือกลุ่มชาวเคิร์ด ซึ่งมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่ม IS  ที่มุ่งโจมตีกลุ่มพลเมืองให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของทั้งการเมืองภายในประเทศรวมถึงการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะความสัมพันธ์ของตุรกีกับรัสเซีย รวมทั้งซีเรีย ต่อจากนี้เหตุการณ์ในประเทศตุรกีจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องจับตาดาดูกันต่อไป