ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก

                ประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกันซึ่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศก็เป็นไปอย่างราบรื่นถึงแม้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศจะมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากก็ตาม ซึ่งปัจจุบันชายแดนที่กั้นระหว่าง 2 ประเทศนี้ก็มีรั้วขนาดใหญ่กั้นกลาง และมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นข้ามชาติระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบขนยาเสพติด และการหลบหนีของอาชญากรต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงโดยเฉพาะทางฝั่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั้น หนึ่งในนโยบายหลักที่เป็นกลไกที่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งก็คือการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติและเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอาชญากรรม อีกทั้งยังมีนโยบายที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศเม็กซิโกที่เข้ามาสู่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

กำแพงระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก

สาเหตุที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาต้องการสร้างกำแพงกั้นระหว่างอเมริกาและเม็กซิโกนั้น คือปกติแล้วชายแดนระหว่างทั้ง 2 ประเทศตอนนี้ก็มีรั้วกั้นอยู่แล้ว เนื่องมาจากต้องการกวาดล้างชาวเม็กซิโกรวมถึงชาวลาตินอเมริกาที่เข้าอเมริกามาอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนย้ายยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ คือการสร้างกำแพงที่มีความยาวถึง 3,200 กิโลเมตรตลอดแนวชายแดนเม็กซิโกนั่นเอง ซึ่งความจริงแล้วการสร้างกำแพงที่ว่านี้ต้องผ่านกระบวนการมากมายไม่ว่าจะเป็นการขออนุมัติงบประมาณจำนวนมากจากสภาครองเกส รวมถึงการเวนคืนที่ดินซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ที่คงไม่สามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น และประเทศเม็กซิโกก็ไม่เห็นด้วยและไม่ให้ความร่วมมือกับการสร้างกำแพงนี้แต่อย่างใด เพราะเชื่อว่ากำแพงกั้นชายแดนนั้นไม่สามารถที่จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาของยาเสพติดรวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติได้แต่อย่างใด และเม็กซิโกก็จะไม่จ่ายเงินค่าสร้างกำแพงให้กับสหรัฐอเมริกาตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์เคยกล่าวอ้างและผลักภาระมาให้อย่างเด็ดขาด