ทรัมป์สั่งแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐ

                เป็นข่าวคราวและเรื่องราวใหญ่โตหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาได้ออกคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศ ได้แก่ อิรัก, ซีเรีย, ลิเบีย, อิหร่าน, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน เข้าสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลา 90 วัน ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านและวุ่นวายกันไปหมดเพราะทำให้ผู้ที่มาเดินทางมาจาก 7 ประเทศต้องถูกกักตัวไว้ที่สนามบิน และประชาชนจาก 7 ประเทศซึ่งถึงแม้จะถือกรีนการ์ดก็ถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ก่อให้เกิดความไม่พอใจกับประชาชนที่ไม่เห็นด้วย จนได้มีรวมตัวประท้วงกันประท้วงคำสั่งนี้ที่สนามบินต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ สนามบินในชิคาโก ซานฟรานซิสโก กรุงวอชิงตัน ดีซี และโดยเฉพาะที่สนามบิน JFK ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จากคำสั่งนี้ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่รวมถึงผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคนได้ออกมาแสดงจุดยืนและความเห็นคัดค้าน ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google และ Facebook ที่ได้ส่งหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการเพื่อช่วยเหลือและปกป้องพนักงานในบริษัทที่ส่วนหนึ่งเป็นพลเมืองที่มาจาก 7 ประเทศที่ถูกสั่งแบน

ศาลสั่งระงับคำสั่งแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐอเมริกา

                หลังจากที่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ออกคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเข้ามาในอเมริกาเป็นระยะเวลา 90 วัน ทำให้เกิดความสับสน และการประท้วงของกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยทั่วทั้งสหรัฐอเมริกานั้น จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้พิพากษาแห่งซีแอทเทิลของสหรัฐมีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว สั่งระงับคำสั่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นการชั่วคราวโดยให้มีผลบังคับ ใช้ทั่วประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งพลเมืองจากทั้ง 7 ประเทศสามารถเดินทางเข้ามายังประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกครั้ง ในขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็กำลังเดินเรื่องเพื่อเพิกถอนคำสั่งของศาล ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้ทำการยื่นอุทธรณ์เพื่อให้คำสั่งห้ามสามารถกลับมาใช้ได้ แต่ศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้รับคำร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แต่อย่างใด อีกทั้งศาลในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกายังกำลังพิจารณาคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอีกด้วย